สศอ.คาดเลือกตั้ง-อีอีซีดันดัชนีผลผลิตอุตฯ ปีหน้าโต 2-3%

สศอ.คาดเลือกตั้ง-อีอีซีดันดัชนีผลผลิตอุตฯ ปีหน้าโต 2-3%

สศอ.เผยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม ต.ค. 61 ขยายตัว 4.08% คาดปัจจัยการเมืองเข้าสู่เลือกตั้ง ลงทุนอีอีซี ดันดัชนีอุตสาหกรรมปีหน้าโต 2.0-3.0% ตามลำดับ

นายอดิทัต วะสีนนท์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ในเดือน ต.ค. 61 ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) อยู่ที่ 112.79  ขยายตัว 4.08% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 1.55% จากเดือน ก.ย. 61 ส่งผล 10 เดือนแรกของปี 61 (ม.ค.-ต.ค.) MPI ขยายตัว 3.04% อัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 67.75% คาดว่าตลอดปีนี้ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมและจีดีพีภาคอุตสาหกรรมจะโตเท่ากันที่ 2.5%

สำหรับอุตสาหกรรมสำคัญที่ส่งผลบวกในเดือน ต.ค. 61 ได้แก่ รถยนต์และเครื่องยนต์ บุหรี่ น้ำตาลทราย น้ำมันปิโตรเลียม และเครื่องปรับอากาศและชิ้นส่วน เป็นต้น

ส่วนแนวโน้มภาวะอุตสาหกรรมสำคัญปี 2562 คาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่องจากปีนี้ โดยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมจะโตในช่วง 2.0-3.0% จากปัจจัยสนับสนุนทั้งความชัดเจนการเลือกตั้ง แรงขับเคลื่อนการลงทุนภาครัฐจากความคืบหน้าของโครงการลงทุนสำคัญและการดำเนินงานภายใต้แผนงานพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)

ส่วนปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ ความผันผวนของระบบเศรฐษกิจและการเงินโลก ทั้งความไม่แน่นอนมาตรการการค้าของสหรัฐฯ การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ความผันผวนของราคาน้ำมัน และความไม่แน่นอนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนา

แนวโน้มภาวะอุตสาหกรรมสำคัญในปี 2562 เช่น อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ คาดว่าจะมีการผลิตเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.5% เมื่อเทียบกับปีเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากความต้องการส่วนประกอบและอุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เพิ่มขึ้นและตามความต้องการของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์โลกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อุตสาหกรรมรถยนต์ คาดว่าจะมีการผลิตรถยนต์ประมาณ 2,200,000 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 4.76% เนื่องจากเศรษฐกิจในประเทศจะขยายตัวจากการใช้จ่ายของภาคเอกชนทั้งการบริโภคและการลงทุนที่จะขยายตัวดีขึ้น อันเนื่องจากเกิดความเชื่อมั่นของนักลงทุนจากเสถียรภาพทางการเมือง ประกอบกับการลงทุนของภาครัฐอย่างต่อเนื่องและการส่งออกมีแนวโน้มขยายตัวตามอุปสงค์โลก อย่างไรก็ตามยังต้องคำนึงถึงผลของสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน ด้วย

อุตสาหกรรมอาหาร คาดว่าขยายตัวเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน 4.5% จากปัจจัยบวกอย่างเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มขยายตัวระดับใกล้เคียงปีก่อน ค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าด้วยทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้นของสหรัฐอเมริกาปี 2562 ประกอบกับแนวโน้มราคาส่งออกสินค้าเกษตรปรับตัวเพิ่มขึ้น เช่น ข้าว น้ำตาลทราย แป้งมันสำปะหลัง และสับปะรดกระป๋อง รวมทั้งการขยายตัวต่อเนื่องของสินค้าสำคัญ เช่น ไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง ไก่แปรรูป และทูน่ากระป๋อง นอกจากนี้ คาดว่าสินค้าสำคัญอีกรายการที่จะกลับมาขยายตัว คือ กุ้งสดแช่เย็นแช่แข็ง

อุตสาหกรรมสิ่งทอ และเครื่องนุ่งห่ม คาดว่าการผลิตเส้นใยสิ่งทอจะขยายตัวต่อเนื่องจากปี 2561 โดยเฉพาะเส้นใยสังเคราะห์ และเส้นใยสมบัติพิเศษ

อุตสาหกรรมเหล็ก คาดว่าการผลิตปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปรับเพิ่มขึ้นทั้งผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเหล็กทรงยาวและกลุ่มเหล็กทรงแบน จากคำสั่งซื้อที่ปรับเพิ่มขึ้นของอุตสาหกรรมต่อเนื่อง

ขอขอบคุณ : MGR Online