สหรัฐเพิ่งแรงบีบค่าเงินตุรกีด้วยการขึ้นภาษีเหล็ก

สหรัฐเพิ่งแรงบีบค่าเงินตุรกีด้วยการขึ้นภาษีเหล็ก

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลอังการาจากความขัดแย้งหลายเรื่อง ด้วยการขึ้นภาษีเหล็กและอะลูมิเนียมอีก 2 เท่าเฉพาะกับตุรกี จนค่าเงินลีราทรุดหนักเป็นประวัติการณ์รอบใหม่

ทั้งนี้ ค่าเงินลีราตุรกีทรุดลงอย่างต่อเนื่องมากกว่า 40% แล้วตั้งแต่ต้นปีนี้ จากความขัดแย้งหลายเรื่องระหว่างรัฐบาลวอชิงตันกับรัฐบาลอังการา ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศหลายครั้งตลอดระยะเเวลาที่ผ่านมา ว่าจะเดินหน้าเพิ่มมาตรการกดดันทางเศรษฐกิจต่อตุรกี แต่ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศตึงเครียดอย่างยืดเยื้อตั้งแต่การเกิดความพยายามรัฐประหารโค่นประธานาธิบดีเรเซป เทย์ยิป เออร์โดกัน เมื่อเดือนก.ค. 2559 การที่ตุรกีเตรียมรับมอบระบบป้องกันทางอากาศเอส-400 จากรัสเซีย ความขัดแย้งกับสหรัฐในประเด็นกองกำลังนักรบเคิร์ดในซีเรีย ล่าสุดคือกรณีรัฐบาลอังการาจับกุม บาทหลวงแอนดรูว์ บรันสัน เมื่อเดือนต.ค. 2559 และดำเนินคดีกับอีกฝ่ายในข้อหาก่อการร้าย ซึ่งรัฐบาลสหรัฐเตือนจะ “จัดการชุดใหญ่” ตราบใดที่บาทหลวงบรันสันยังไม่ได้รับอิสรภาพ

ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทวีตข้อความเกี่ยวกับสถานการณ์ของค่าเงินลีราตุรกีว่ากำลังผันผวนอย่างหนักเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ “อันแข็งแกร่ง” ท่ามกลางความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีในเวลานี้ที่ไม่ดีนัก อย่างไรก็ตาม เขาได้สั่งให้มีการขึ้นภาษีอะลูมิเนียมและเหล็กกับตุรกีอีก 2 เท่า เป็น 50% และ 20% ตามลำดับ คาดว่าจะส่งผลให้ค่าเงินลีราตุรกียิ่งมีแนวโน้มอ่อนลงอีก

ในเวลาเดียวกัน เออร์โดกันกล่าวระหว่างการลงพื้นที่ปราศรัยตามเมืองหลายแห่งในภาคตะวันอกเฉียงเหนือของประเทศ ว่ากลุ่มผู้สนับสนุนความพยายามรัฐประหารเมื่อ 2 ปีที่แล้ว กำลังใช้กลยุทธ์ “สงครามเศรษฐกิจ” เพื่อทำลายเสถียรภาพของตุรกี แม้เออร์โดกันไม่ได้กล่าวพาดพิงประเทศใดโดยตรง แต่เรียกร้องให้ประชาชนร่วมกันต่อสู้ด้วยการแปรสภาพเงินดอลลาร์สหรัฐและทองคำกลับมาเป็นเงินลีราตุรกี เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจของประเทศ ปัจจุบันตุรกีเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 17 ของโลก และมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ทหารในตะวันออกกลาง จากการมีพรมแดนติดกับทั้งอิรัก อิหร่านและซีเรีย

ขอขอบคุณ : เดลินิวส์