สมาคมเหล็กลวดเข้ายืนหนังสือ ชะลอยกเลิกมาตรฐานเหล็กลวด

สมาคมเหล็กลวดเข้ายืนหนังสือ ชะลอยกเลิกมาตรฐานเหล็กลวด

                เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 29 ก.ค. 59 นายเบญจพงษ์ โล่ห์ชิตกุล นายกสมาคมเหล็กลวด ได้ร้องเรียนผ่านผู้สื่อข่าวหลังยืนหนังสือเรียกร้องให้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) พิจารณาชะลอดำเนินการประกาศยกเลิกมาตรฐานเหล็กลวดคาร์บอนต่ำ มอก.348-2540 ไว้ก่อน และทบทวนร่าง มอก.348-25xx อีกครั้ง เพื่อเปิดโอกาสให้สมาคมเหล็กลวดได้ชี้แจงปัญหาและผลกระทบที่จะเกิดขึ้น
               ตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมโดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(สมอ.) ได้ดำเนินการแก้ไขมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเหล็กลวดคาร์บอนต่ำ มาตรฐานเลขที่ มอก.348-2540 สมาคมเหล็กลวดมีความกังวลจะมีผลต่อธุรกิจการผลิตของผู้ประกอบการที่ต้องใช้เหล็กลวดเป็นวัตถุดิบรวมกันมากกว่าปีละ 500,000 ตัน จนถึงขั้นที่ต้องปิดกิจการหรือย้ายฐานการผลิตไปประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากได้ทราบว่าประเด็นสำคัญในการแก้ไขได้มุ่งเน้นเฉพาะประเด็นการเพิ่มธาตุข้างน้อยตามข้อเสนอ และแรงกดดันของผู้ผลิตในประเทศบางกลุ่ม ซึ่งพยายามให้ข้อมูลต่อสาธารณชนอย่างผิดๆมาโดยตลอดว่า เหล็กนำเข้าเป็นเหล็กเจือ มีคุณภาพไม่ดี มีอันตรายต่อผู้บริโภค และการนำเข้าเหล็กเจือมีผลกระทบต่อธุรกิจของตนเอง โดยไม่คำนึงว่าจะเกิดผลกระทบต่อธุรกิจของผู้อื่น
               ด้านนายเบญจพงษ์ โล่ห์ชิตกุล นายกสมาคมเหล็กลวด กล่าวว่า การแก้ไขปรับปรุงมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเหล็กลวดคาร์บอนต่ำ ตนเองซึ่งเป็นผู้ใช้ได้มีส่วนร่วมเพียงแค่การให้ความเห็นในตัวร่างที่จัดทำขึ้นโดยคณะกรรมการวิชาการเท่านั้น ซึ่งไม่เคยได้มีการสื่อสารใดๆให้ทราบว่ามีการพิจารณาข้อคิดเห็นและดำเนินการไปถึงขั้นตอนไหนแล้ว ที่ผ่านมาตลอด 15 ปี ทางสมาคมเหล็กลวดยืนยังว่าการใช้ มอก.348-2540 มีความเหมาะสมดีแล้ว หากยังคงยืนยังที่จะใช้ร่างที่ส่งเวียน โดยไม่มีการแก้ไขปรับปรุง บรรดาสมาชิกของสมาคมเหล็กลวดจะประสบปัญหาที่มีผลกระทบอย่างรุนแรงถึงขั้นดำเนินธุรกิจนี้ต่อไปไม่ได้ เนื่องจากต้องเลือกใช้เหล็กลวดที่มีคุณภาพสม่ำเสมอที่ผู้ผลิตในประเทศไทยไม่สามารถผลิตได้ เพราะเหล็กลวดคาร์บอนต่ำที่ผลิตได้ในประเทศ มาจากการใช้เศษเหล็กผ่านกระบวนการหลอม ปริมาณธาตุต่างๆที่จำเป็น เช่น โบรอนไม่คงที่ขึ้นอยู่กับเศษเหล็กที่นำมาใช้ เพราะไม่ได้เริ่มต้นจากการถลุงแร่เหล็ก ซึ่งสามารถเติมสารปรุงแต่งได้ตามความต้องการ มีผลทำให้เหล็กลวดมีคุณภาพไม่สม่ำเสมอ เมื่อนำไปใช้ผลิตสินค้าในกลุ่มลวดเหล็ก สกรู น็อต ทำให้สินค้าชำรุด เปราะ แตกหักในระหว่างการรีดลดขนาดและเมื่อนำไปใช้ผลิตสกรู ทำให้หัวแตกร้าว หัวบิ่น ขอบแตก รวมถึงเกิดปัญหาเมื่อนำไปขึ้นรูปเย็น ย้ำหัว จึงได้เรียกร้องให้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมได้พิจารณาชะลอดำเนินการประกาศยกเลิกมาตรฐานเหล็กลวดคาร์บอนต่ำ มอก.348-2540 ไว้ก่อน และทบทวนร่าง มอก.348-25xx อีกครั้ง
“Special Thanks” บ้านเมือง