ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม ก.พ.59 ติดลบ 1.62%

ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม ก.พ.59 ติดลบ 1.62%

สศอ. เผยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือน ก.พ. ติดลบ 1.62% จากเดือน ม.ค. ที่ติดลบ 3.5% ขณะที่การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมปรับเพิ่มขึ้น 1.33%

         นายศิริรุจ จุลกะรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กล่าวว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ภาพรวมเดือนกุมภาพันธ์ 2559 มีอัตราการหดตัวร้อยละ 1.62 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม (หักทองคำ) ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.33 โดยอุตสาหกรรมที่ปรับตัวลดลง ได้แก่ รถยนต์ เหล็กและเหล็กกล้า เครื่องแต่งกาย และผลิตภัณฑ์จากสัตว์น้ำ

        อย่างไรก็ตาม มีสัญญาณแนวโน้มเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้น โดย MPI หดตัวน้อยลงจากเดือนมกราคม 2559 ที่หดตัวร้อยละ 3.5 อัตราการใช้กำลังผลิตที่ยกระดับเพิ่มขึ้นที่ 65.7 ในรอบ 11 เดือน ดัชนีการส่งสินค้ามีการปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.34 แสดงถึงมีการจำหน่ายสินค้าที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ กลุ่มอุตสาหกรรมที่ใช้วัตถุดิบในประเทศยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องโดยเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 2.62

       ทั้งนี้ อุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลให้ดัชนีมีการปรับตัวลดลง ได้แก่ อุตสาหกรรมรถยนต์ มีการผลิตลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 7.11 อุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้า มีการผลิตลดลงร้อยละ 12.76 และการบริโภคเหล็กของไทยลดลง ร้อยละ 5.18 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม มีการผลิตผลิตภัณฑ์เส้นใยสิ่งทอเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.2 ในส่วนของเส้นใยสังเคราะห์ โดยในส่วนของเส้นด้านผลิตลดลงตามการผลิตผ้าผืนที่ลดลงร้อยละ 0.52 ในส่วนการผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปลดลงร้อยละ 12.7 อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ภาพรวมของการผลิตปรับตัวลดลงร้อยละ 0.87 ขณะที่อุตสาหกรรมไฟฟ้าปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.0

       ขณะที่อุตสาหกรรมที่ส่งผลบวกต่อดัชนีอุตสาหกรรม ได้แก่ อุตสาหกรรมอาหาร การผลิตและส่งออกในภาพรวมปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 2.1 และ 4.4 ตามลำดับ เครื่องเพชรพลอยและรูปพรรณ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การผลิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 33.07 ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบทุกรายการ ผลิตภัณฑ์พลาสติก เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การผลิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.33 จากถุงพลาสติก และกระสอบพลาสติก เนื่องจากความต้องการภายในประเทศเพิ่มสูงขึ้น ผลิตภัณฑ์ยาง เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การผลิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.17 จากผลิตภัณฑ์ยางแท่งและผลิตภัณฑ์ยางแผ่น เนื่องจากมีพื้นที่เปิดการกรีดหน้ายางเพิ่มขึ้น ทำให้ผลผลิตน้ำยางออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนประกอบและอุปกรณ์ประกอบสำหรับยานยนต์ และเครื่องยนต์ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การผลิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.36 ในสินค้าเครื่องยนต์ดีเซล จากความต้องการใช้ภายในประเทศเป็นหลัก ทำให้ช่วงเดียวกันของปีนี้ยอดการจำหน่ายในประเทศโตขึ้นอย่างมาก สำหรับภาพรวมของอุตสาหกรรมพบว่าการผลิตยังอยู่ในระดับปกติใกล้เคียงกับปีที่แล้ว

“Special Thanks” กรุงเทพธุรกิจออนไลน์