TSTH เผยกำไรสุทธิ งวด Q2/62 ลดฮวบ ปริมาณขายลดลง11% รับผลกระทบก่อสร้างลดลง-ต้นทุนเพิ่ม

TSTH เผยกำไรสุทธิ งวด Q2/62 ลดฮวบ ปริมาณขายลดลง11% รับผลกระทบก่อสร้างลดลง-ต้นทุนเพิ่ม

                      บมจ.ทาทา สตีล (ประเทศไทย) (TSTH) ชี้แจงผลการดำเนินงานของบริษัทสำหรับไตรมาสที่ 2 ของปีการเงิน 2562 (กรกฎาคม-กันยายน 2561) มีกำไรสุทธิ 51.36 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาส 2 ของปีการเงิน 2561 ที่มีกำไรสุทธิ  185.44 ล้านบาท

ไตรมาสที่ 2 ของปีการเงิน 2562 ผลการดำเนินงานปริมาณขายสินค้าได้รับผลกระทบจากความต้องการในภาคก่อสร้างที่ลดลง รวมทั้งผลกระทบจากฤดูมรสุมที่มีต่อความต้องการค้าปลีกในประเทศลาว กัมพูชา และอินเดีย ปริมาณขายสินค้าในไตรมาสนี้อยู่ที่ 288,000 ตัน ซึ่งใกล้เคียงกับไตรมาสที่ผ่านมา แต่ลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

ยอดขายสุทธิเพิ่มขึ้นร้อยละ 7 จากไตรมาสที่ผ่านมา เนื่องจากราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบ  EBITDA ในช่วงไตรมาสที่ 2 ปีการเงิน  2562  จำนวน 234 ล้านบาทสูงกว่าไตรมาสที่ผ่านมาร้อยละ 8 สะท้อนถึงยอดขายและราคาขายที่ปรับตัวดีขึ้น แต่ลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนในช่วงไตรมาสนี้

“กำไรก่อนภาษีเงินได้ในไตรมาสปัจจุบันและครึ่งปีแรกของปีนี้ลดลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลมาจากปริมาณการขายที่ลดลงสะท้อนถึงการขาดความเชื่อมั่นในภาคการก่อสร้างและการเพิ่มขึ้นของราคาโลหะ เฟอร์โรอัลลอยด์ วัสดุทนไฟและแท่งถ่านอิเล็กโทรด ส่งผลให้ผลกำไรสุทธิลดลง”

บริษัทมีปริมาณการขายในไตรมาสที่ 2 จำนวน 288,000 ตัน ซึ่งเกือบเท่ากับปริมาณการขายในไตรมาสที่แล้ว จำนวน 281,000 ตัน อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณการขายในไตรมาสที่ 2 ของปีที่ผ่านมา ลดลงร้อยละ 11  เนื่องจากความต้องการเหล็กรูปพรรณขนาดเล็กและเหล็กเส้นในประเทศลดต่ำลง ทั้งนี้ปริมาณการขายสินค้าที่ลดลงได้ถูกชดเชยด้วยปริมาณการส่งออกสินค้าไปยังประเทศอินเดีย กัมพูชา และลาวที่สูงขึ้น

ปริมาณการขายในครึ่งปีแรกของปีการเงิน 2562 มีจำนวน 569,000 ตันต่ำกว่าครึ่งปีแรกของปีก่อน ซึ่งมีจำนวน  600,000 ตันส่วนใหญ่เนื่องจากความต้องการเหล็กทรงยาวยังคงชะลอตัวอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะตลาดเหล็กเส้นยอดขายสุทธิในช่วงไตรมาสที่ 2 ปีการเงิน 2562  เป็นจำนวน 5,822 ล้านบาท สูงขึ้นร้อยละ 7 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา

เนื่องจากราคาขายปรับตัวสูงขึ้นซึ่งเป็นผลมาจากราคาเศษเหล็กที่เพิ่มมากขึ้นยอดขายสุทธิในครึ่งปีแรกของปีการเงิน 2562 สูงกว่าครึ่งปีแรกของปีการเงิน 2561 ร้อยละ 8โดยบางส่วนได้ถูกชดเชยโดยปริมาณการขายที่ลดลงซึ่งส่วนใหญ่มาจากเหล็กเส้นและเหล็กรูปพรรณขนาดเล็ก

ขอขอบคุณ : ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)