คอลัมน์: โลกการค้า: เหล็ก…มาแล้ว….

คอลัมน์: โลกการค้า: เหล็ก…มาแล้ว….

วานนี้…หมุนตามทุน…แวะไปตามเรื่อง “ดราม่า” วงการโทรคมนาคมมาแป๊บหนึ่ง…วันนี้…โลกการค้า…ขอกลับมานำเสนอเรื่องร้อนของวงการเหล็กบ้านเราอีกหน่อย…

จากที่ช่วง 2-3 อาทิตย์ก่อนเปิดประเด็นไว้หลายเรื่อง…วันนี้เลยขอมานำเสนอความคืบหน้าในแต่ละเรื่อง…อันแรกเรื่อง..เหล็กรีดร้อนจากเกาหลีใต้…ที่ว่ากันว่าเป็นลูกรัก ของกระทรวงพาณิชย์ก็เลยได้รับการดูแลเหมือนไข่ในหิน…!! ทางกระทรวงพาณิชย์ โดยผู้ตรวจการกระทรวงพาณิชย์ มีหนังสือตราครุฑ…ส่งมาถึงโลกการค้าว่า…มิได้มีพฤติกรรมเยี่ยงนั้น…พอดี…โลกการค้า…ก็เพิ่งได้ทราบข่าวมาว่า…คณะกรรมการไต่สวนการทุ่มตลาด…ได้บรรจุเรื่องร้องเรียนเหล็กรีดร้อนเกาหลีใต้เข้ามาทุ่มตลาดไทย..บรรจุไว้ในวาระการประชุมแล้ว…ส่วนผลการไต่สวนออกมาเป็นอย่างไรอันนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปเพราะต้องหารือกันอีกสักพัก…โลกการค้า…จะพยายามหาข้อมูลข้อเท็จจริงมานำเสนอให้ผู้อ่านได้รับทราบต่อไป…

ส่วนเรื่องเหล็กนำเข้าเลี่ยงพิกัด เลี่ยงภาษี…ที่ต้อนนี้กรมศุลกากร ก.การคลัง…รับหน้าเสื่ออยู่นั้น…ก็มีความคืบหน้าไปได้ระดับหนึ่ง…โดยทางปลัดกระทรวงการคลัง ได้สั่งการให้กรมศุลกากร เข้มงวดดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มข้น…ซ้ำยังจัดให้มีการประชุมร่วมกัน เดือนละหนึ่งครั้ง ระหว่างกรมศุลกากร กับ 7 สมาคมผู้ผลิตเหล็กในประเทศ…เพื่อที่จะได้แลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกัน และเพื่อให้กรมศุลกากรได้ชี้แจงกับทาง 7 สมาคมว่าทางการได้ทำอะไรลงไปบ้างแล้ว…และจากการเข้มงวดกวดขันของกรมศุลกากร…ทำให้เหล็กท่อทรงกลม…สถานการณ์ไม่ดีขึ้น…การนำเข้าเหล็กท่อทรงกลมแบบผิดๆ (เลี่ยงพิกัดสินค้า เลี่ยงอากร)…เริ่มลดลง…ผู้นำเข้าเริ่มนิ่งๆๆ รอดูเหตุการณ์กันอยู่…!!

ตอนนี้เหลือประเด็นที่ต้องติดตามความคืบหน้า..คือเหล็กรีดร้อนแบบม้วนและแบบแผ่น…ที่มีการแจ้งแหล่งกำเนิดสินค้าว่ามาจากเวียดนาม…ทั้งๆที่ตอนนี้…เวียดนามยังไม่มีโรงงานผลิตรีดร้อน…ที่สามารถสร้างผลผลิตออกมาสู่ท้องตลาดได้…???…กรมศุลกากร…คงต้องตอบแล้วว่ายังไง…!!ส่วนประเด็น…มหากาพย์เหล็กโกงชาติ….ตอนนี้เรื่องอยู่ที่ฝ่ายกฎหมายของกรมศุลกากร….!! อันนี้…สำคัญมากๆๆ…สังคมจะต้องช่วยการจับตา กดดัน…ให้กรมศุลกากร..ทำงานตรงไปตรงมา…เผลอไม่ได้….เพราะฝ่ายกฎหมายอ้างว่าเอกสารมีหลายลังต้องนั่งอ่านนั่งศึกษา….ซึ่งก็ต้องใช้เวลา….ดังนั้นหากเผลอเมื่อ่ไหร่…มีความเสี่ยงสูงเหลือเกิน….ที่ผู้กระทำความผิดจะได้รับโทษเพียงจิ๊บจ๊อย..หรือโทษเบาเกินไปจนผิดสังเกต

“Special Thanks” อนันตเดช พงษ์พันธุ์ (แนวหน้า)