คุมเข้มเหล็กไร้มาตรฐาน อุตฯชงครม.เพิ่มโทษ/จี้’ดีเอสไอ’สอบกรณี’ของกลาง’หา

คุมเข้มเหล็กไร้มาตรฐาน อุตฯชงครม.เพิ่มโทษ/จี้’ดีเอสไอ’สอบกรณี’ของกลาง’หา

สมอ.เข้มตรวจผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์เหล็กไม่ได้มาตรฐาน พร้อมจ่อชง ครม.ปรับเพิ่มกฎหมายลงโทษฝ่าฝืน

นายธวัช ผลความดี เลขาธิการ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมมีนโยบายคุมเข้มผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เหล็กที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของผู้บริโภค โดยล่าสุด สมอ. ได้ดำเนินการแก้ไขกฎหมาย โดยเพิ่มบทกำหนดโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืนหรือกระทำความผิดให้มีอัตราโทษสูงขึ้นขณะนี้อยู่ระหว่างนำเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)เพื่อให้ความเห็นชอบแล้ว

สำหรับกรณีการนำเข้าเหล็กแผ่นที่ยังไม่ได้รับใบอนุญาตจากซาอุดีอาระเบีย ที่ สมอ. ยึดอายัดไว้เพื่อดำเนินการตรวจสอบและต่อมา สมอ.ตรวจพบว่าเหล็กที่อายัดไว้สูญหายไปจากโกดังของผู้นำเข้าจำนวนหนึ่ง ประมาณ 3,538 ตัน (ร้อยละ 41%ของจำนวนที่อายัดไว้) ปัจจุบัน สมอ. ได้ส่งเรื่องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) พิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว โดยผู้นำเข้ามีฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 141 และ 142 มีบทลงโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน หกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับและ พ.ร.บ. มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มาตรา 48มีบทลงโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน หนึ่งล้านบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

ส่วนผู้ที่เกี่ยวข้องที่นำเหล็กแผ่นที่ยังไม่ได้รับใบอนุญาตดังกล่าวไปจำหน่ายหรือใช้ มีฐานความผิดตาม พ.ร.บ.มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มาตรา 55 มีบทลงโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน ห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนี้ยังกำชับให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้จำหน่าย ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค จากการลงพื้นที่ตรวจผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้จำหน่ายอย่างเข้มงวด โดยช่วงเดือนตุลาคม 2558 ถึงกรกฎาคม 2559พบว่ามีผู้ฝ่าฝืนและกระทำความผิด พ.ร.บ. มาตรฐานฯ และได้ดำเนินการยึดอายัดเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต เหล็กโครงสร้างรูปพรรณ และเหล็กแผ่นที่ไม่ได้มาตรฐานไปแล้ว ปริมาณมากกว่าสามหมื่นตัน มูลค่าประมาณ 610 ล้านบาท

พร้อมทั้งเร่งดำเนินการในเชิงรุกกับผู้ผลิต และผู้จำหน่าย โดยจัดพิธีลงนามสัตยาบันไม่ผลิตเหล็กเบาระหว่าง สมอ. ผู้ผลิตเหล็ก และ 8 สมาคมเหล็ก เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2559 เพื่อควบคุมให้มีการผลิตเฉพาะเหล็กที่มีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐาน และจัดให้มีโครงการร้าน มอก. เพื่อควบคุมผู้จำหน่ายให้จำหน่ายเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่เป็นไปตามมาตรฐานเท่านั้น ในส่วนของผู้นำเข้า สมอ.ได้เพิ่มความเข้มงวดโดยมีการปรับปรุงแก้ไขหลักเกณฑ์เฉพาะในการตรวจสอบเพื่อการอนุญาตเหล็กแผ่น กรณีนำเข้าเฉพาะครั้ง โดยอนุญาตให้นำเข้าได้ไม่เกิน 100 ตัน ต่อแบบขนาด (จากเดิม 1,000 ตัน) มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่7 กรกฎาคม 2559

ก่อนหน้านี้ สมอ.ได้จัดงานสัมมนาผู้ประกอบการเพื่อชี้แจงกระบวนการอนุญาตของ สมอ. ยุคใหม่ และแจ้งหลักเกณฑ์การนำเข้าเฉพาะครั้ง ดังนั้นงในวันที่ 1 ส.ค.นี้ ผู้นำเข้าต้องแจ้งการนำเหล็กจากต่างประเทศผ่านระบบ National Single Windows (NSW) เพื่อให้การควบคุมการนำเข้า และการดำเนินการตามกฎหมายรวดเร็วมากขึ้น

“Special Thanks” แนวหน้า