ผู้ผลิตหลังคาเหล็กพันรายแหยงหลังจีน เวียดนาม หัวใสตัด/แยกชิ้นส่วนตีตลาดไทย

ผู้ผลิตหลังคาเหล็กพันรายแหยงหลังจีน เวียดนาม หัวใสตัด/แยกชิ้นส่วนตีตลาดไทย

กลุ่มผู้ผลิตหลังคาเหล็กไทยห่วงการแข่งขันรุนแรงขึ้น หลังจีน เวียดนาม หัวใสแยกชิ้นส่วนหลังคาแล้วมาประกอบ เพื่อติดตั้งในโรงงานอุตสาหกรรม หรือเข้ามาในรูปบ้านสำเร็จรูป ตัดแยกชิ้นใส่ตู้คอนเทนเนอร์เริ่มมากขึ้น คาดปีนี้ความต้องการใช้ในตลาดรวมโตถึง 1 ล้านตันเศษ เด้งรับเมกะโปรเจ็กต์รัฐ และการสร้างโรงงานอุตสาหกรรมใหม่

นายกรกฏ ผดุงจิตต์ นายกสมาคมหลังคาเหล็กไทย เปิดเผย”ฐานเศรษฐกิจ”ถึงภาพรรวมของตลาดหลังคาเหล็กไทยว่า ขณะนี้สมาชิกในสมาคมฯราว 1พันราย ที่ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมหรือเอสเอ็มอี ผลิตผลิตภัณฑ์หลังคาเหล็ก 2 ส่วน คือ 1.เป็นหลังคาเหล็กชนิดรีดพร้อมติดตั้ง 2.รีดเสร็จแล้วตัดเป็นรูปทรงเป็นแผ่นแล้วขาย กำลังเป็นห่วงการแข่งขันในอุตสาหกรรมดังกล่าวที่จะเริ่มรุนแรงยิ่งขึ้นเนื่องจากขณะนี้มีการนำเข้าแบบสำเร็จรูปจากเวียดนามและจีน โดยส่วนหนึ่งเข้ามาในรูปแบบแยกชิ้นส่วนแล้วมาประกอบ เพื่อติดตั้งในโรงงานอุตสาหกรรม มาในรูปแบบของโรงงานสำเร็จรูป อีกส่วนหนึ่งมาในรูปบ้านสำเร็จรูปตัดแยกชิ้นใส่ตู้คอนเทนเนอร์เข้ามา

ซึ่งการนำเข้ามาในรูปแบบนี้เริ่มมากขึ้น ก็น่าเป็นห่วงภาพรวมของตลาดหลังคาเหล็ก เพราะเวลานี้เวียดนามเองก็นำเข้าเหล็กจากจีนแล้วมาทำเป็นหลังคาเหล็กแยกส่วนขาย ซึ่งการนำเข้ามาในรูปแบบนี้จะทำให้ผู้ประกอบการผลิตหลังคาเหล็กในประเทศได้รับผลกระทบโดยตรง

ขณะที่การแข่งขันในรูปแบบเดิมๆก็ยังมีอยู่ด้วย โดยเฉพาะการแข่งกับการนำเข้าจากเวียดนามและจีนที่มักจะเข้ามาแบบสำแดงเท็จโดยนำเข้ามาในรูปเหล็กเจือโบรอน โดยเคลือบสีหรือโลหะมาแล้ว และนำมาแปรรูปเป็นหลังคาเหล็ก โดยส่วนใหญ่จะมีการนำเข้ามาเป็นเหล็กแผ่นที่ยังไม่รีดมีราคาประมาณ 2.2-2.8 หมื่นบาทต่อตัน ซึ่งการนำเข้ามาในลักษณะนี้ยังไม่น่าห่วงมากนัก

ทั้งนี้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของผู้ผลิตหลังคาเหล็ก จะมาจากโครงการภาครัฐ เช่น สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส รถไฟฟ้าสายต่างๆ รวมทั้งอาคารสำนักงานที่เป็นหน่วยงานรัฐ เช่น ศูนย์ราชการ, ป้อนงานก่อสร้างขนาดใหญ่ เช่น โรงงานอุตสาหกรรม อาคารสูง เช่น ห้างสรรพสินค้า รวมถึงโครงการบ้านจัดสรรและกลุ่มเอกชน อย่างกลุ่มปศุสัตว์ ทำฟาร์มสัตว์ หรือสร้างโรงสีข้าว เป็นต้น

“ภาพรวมการแข่งขันในปี2558 ค่อนข้างรุนแรงตลอดทั้งปี ลดราคาลงมาตามต้นทุนวัตถุดิบ เช่น เหล็กแผ่นรีดร้อน โดยปัจจุบันหลังคาเหล็กมีราคาตั้งแต่ 35,000-50,000 บาทต่อตัน”

นายกสมาคมหลังคาเหล็กไทยกล่าวเพิ่มเติมถึง ภาพรวมของกำลังผลิตหลังคาเหล็กไทยว่ามีกำลังผลิตรวมราว 8 แสนตันต่อปี ขณะที่มีความต้องการใช้เมื่อปี2558 ราว 9.48 แสนตัน คาดว่าในปี 2559 ความต้องการใช้จะเพิ่มเป็น 1 ล้านตันเศษ การขยายตัวเกิดจากความคาดหวังว่า เมกะโปรเจ็กต์รัฐบาลจะขับเคลื่อนได้ มีงานก่อสร้างคืบหน้า อีกทั้งรัฐบาลจะดึงเงินลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนในประเทศไทยได้มากขึ้น ทำให้เกิดการสร้างโรงงานอุตสาหกรรมใหม่เกิดขึ้น รวมถึงตลาดส่งออกหลังคาเหล็กมีการขยายตัวจากที่ปี 2557 มีสัดส่วนส่งออกหลังคาเหล็กเพียง 2% ในปี 2558 เพิ่มเป็น 10% และคาดว่าปี 2559 จะเพิ่มเป็น 15% ส่วนใหญ่ส่งออกไปเมียนมา สปป.ลาว ซึ่งทั้ง 2 ประเทศนี้ยังไม่มีโรงงานผลิตหลังคาเหล็กภายในประเทศ โดยหลังคาเหล็กจะมีการเติบโตราว 8% ต่อปี เติบโตตามงานโครงสร้างพื้นฐาน ที่อยู่อาศัย และการขยายตัวของโรงงานอุตสาหกรรมเป็นหลัก

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,150 วันที่ 21 – 23 เมษายน พ.ศ. 2559