เหล็กขาดตลาด…..จริงไหม ?

เหล็กขาดตลาด…..จริงไหม ?

ก่อนหน้านี้มีเสียงโวยวายออกมาจากผู้ใช้เหล็กของไทยว่า “เหล็กหลายๆ ชนิดขาดตลาดและราคาแพง”

ล่าสุด นายวิน วิริยประไพกิจ ในฐานะตัวแทนกลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กไทย 7 สมาคม ซึ่งมีสมาชิกรวมกันกว่า 470 บริษัท…บอกว่ากลุ่มสมาคมผู้ผลิตเหล็กได้หารือร่วมกันเพื่อดำเนินการให้ผู้จำหน่ายต้องส่งมอบสินค้าเหล็กแก่ลูกค้า และไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดปัญหาเหล็กขาดตลาด เนื่องจากผู้ผลิตในประเทศสามารถตอบสนองความต้องการได้เพียงพอ โดยกำลังการผลิตรวมของโรงงานใน 7 สมาคม มีมากถึง 25 ล้านตันต่อปี ในขณะที่ปัจจุบันได้ใช้กำลังการผลิตเพียง ร้อยละ 40 สามารถผลิตสินค้าเหล็กออกมาราว 10 ล้านตันต่อปี เมื่อรวมกับสินค้าเหล็กนำเข้าจากต่างประเทศราว 7 ล้านตันต่อปี สามารถรองรับความต้องการใช้เหล็กของประเทศไทยราว 17 ล้านตันต่อปีได้ แม้ความต้องการใช้เหล็กจะเพิ่มขึ้นอีกราว 5% เป็น 18 ล้านตันต่อปี ตามทิศทางเศรษฐกิจของประเทศไทย ตลอดจนการลงทุนในเมกะโปรเจกท์ต่างๆ อุตสาหกรรมเหล็กภายในประเทศซึ่งยังเหลือกำลังการผลิตอีก 15 ล้านตันต่อปี ก็สามารถรองรับความต้องการในระดับดังกล่าวได้

สำหรับข่าวสินค้าเหล็กขาดตลาดนั้น สาเหตุหลักน่าจะมาจากการเก็งกำไรสินค้าเหล็กในตลาดโภคภัณฑ์ล่วงหน้าของประเทศจีน ทำให้ราคาสินค้าเหล็กในประเทศจีนตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันปรับตัวสูงขึ้นกว่า 70% ซึ่งถือว่าเป็นการขึ้นราคารุนแรงผิดปกติจากภูมิภาคอื่นๆ ของโลก ทำให้รัฐบาลจีนต้องกำหนดมาตรการป้องกันแก้ไขพฤติกรรมการเก็งกำไร…อย่างไรก็ตาม ปัญหาดังกล่าวทำให้ผู้ส่งออกของจีนหลายรายยกเลิกการส่งออกสินค้าเหล็กในราคาเดิมที่ตกลงไว้ก่อนหน้า สร้างความเดือดร้อนต่อลูกค้าต่างประเทศ และมีผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อเนื่องมายังตลาดเหล็กในประเทศไทย…ทั้งนี้ ข้อมูลจากสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย ระบุว่าสินค้าเหล็กที่มีการนำเข้ามายังภูมิภาคเอเชียตะวันออกมีราคาปรับสูงขึ้นระหว่าง 6-30% ซึ่งแสดงให้เห็นว่าราคาสินค้าเหล็กในประเทศไทยที่ปรับขึ้นนั้นสอดคล้องกับระดับต้นทุนที่ปรับสูงขึ้นจากภาวะตลาดโลก และเป็นไปตามกลไกตลาด ซึ่งเป็นการฟื้นตัวจากช่วงก่อนหน้านี้ที่ผู้ผลิตสินค้าเหล็กในประเทศจำเป็นต้องขายสินค้าต่ำกว่าต้นทุนเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาดและประคองธุรกิจให้ยังคงสามารถดำเนินต่อไปได้…!!…กลุ่ม 7 สมาคม….ยืนยันว่าหากพบผู้จำหน่ายมีการกักตุนสินค้า ไม่ส่งมอบสินค้าให้ผู้ใช้…. ทางผู้ผลิตจะใช้มาตรการทางการค้าที่จำเป็น เพื่อเร่งให้ส่งมอบสินค้าเหล็กให้ได้ตามที่ผู้ใช้ต้องการ… ทั้งนี้ ได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานร่วม โทรศัพท์ 06-1408-0555 เป็นช่องทางรับทราบสำหรับควบคุมแก้ไขปัญหา และจะประสานรายงานเรื่องดังกล่าวให้กระทรวงพาณิชย์ทราบโดยใกล้ชิด

“Special Thanks” แนวหน้า อนันตเดช พงษ์พันธุ์