“ส.ก่อสร้างอ้อนรัฐผ่อนปรนนำเข้าเสรี

“ส.ก่อสร้างอ้อนรัฐผ่อนปรนนำเข้าเสรี

รายงานข่าวจากสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้รับการร้องเรียนจากผู้ประกอบการก่อสร้างจำนวนมากเรื่องเหล็กเส้นก่อสร้างขาดแคลน แม้ว่าราคาจะปรับตัวสูงขึ้นมาก โดยราคาเหล็กแผ่นและเหล็กเส้นปรับขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 2559 จนถึงปัจจุบัน (เดือน พ.ค.59) ปรับขึ้นมาแล้วประมาณ 40% หรือเฉลี่ยเดือนละ 10% จากราคาระหว่าง 13,000-14,700 บาทต่อตัน ปรับขึ้นมาเคลื่อนไหวระหว่าง 18,400-20,200 บาทต่อตัน ส่งผลทำให้ต้นทุนการก่อสร้างปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยังไม่มีท่าทีจะยุติ นอกจากราคาที่ปรับตัวขึ้นสูงมากแล้ว ยังพบว่าแม้ผู้ประกอบการบางรายยอมขาดทุนซื้อเหล็กในราคานี้เพราะความเร่งด่วนของสัญญา ก็ยังประสบปัญหาร้านค้าไม่มีเหล็กส่งให้และไม่ยืนราคา

“เวลานี้วัสดุก่อสร้างเกือบทุกชนิดเตรียมปรับราคาขึ้นตามเหล็ก บางสินค้าก็ปรับขึ้นแล้วทั้งที่วัตถุดิบและน้ำมันก็ไม่ได้มีราคาสูงขึ้น ผู้รับเหมาที่รับงานไปก่อนหน้านี้ได้รับผลกระทบมาก ภาครัฐก็ต้องเตรียมกันงบประมาณส่วนหนึ่งมาเพื่อจ่ายค่า K แน่นอน ส่วนนี้จะกลายเป็นงบประมาณที่ไม่สามารถควบคุมได้ ยังไงก็ตามค่า K เหล่านี้ก็เป็นแค่บรรเทาการขาดทุนเท่านั้น ไม่สามารถชดเชยค่าเหล็กและค่าวัสดุที่ขาดทุนได้หมด หากภาครัฐปล่อยให้เหล็กขาดแคลนและราคาเหล็กกับวัสดุก่อสร้างปรับตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ แบบนี้ ต้นทุนการก่อสร้างโครงการต่างๆ จะเพิ่มสูงขึ้นมาก คนรับภาระหนีไม่พ้นประชาชนที่เป็น end user และอาจเกิดผลกระทบวงกว้าง เป็นลูกโซ่ทำให้งานก่อสร้างต่างๆ เกิดความล่าช้าได้”

ดังนั้นเพื่อหาทางแก้ปัญหาดังกล่าว สมาคมฯ จึงได้ยื่นหนังสือไปยังนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และนางอรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อให้ทราบถึงปัญหาการขาดแคลน พร้อมหาทางแก้ไขและหาทางช่วยเหลือผู้ประกอบการ โดยเฉพาะเรื่องการตรวจสอบไม่ให้เกิดการกักตุนเหล็กเพื่อสร้างสถานการณ์ราคา การกีดกันการนำเข้าเหล็กผ่านมาตรการทางภาษีต่างๆ พร้อมทั้งได้เสนอแนวทางการแก้ไขโดยขออนุญาตนำเข้าเหล็กเส้นคุณภาพดีจากต่างประเทศเพื่อใช้ในการก่อสร้างอย่างเป็นทางการ และขอให้ภาครัฐผ่อนผันมาตรการกีดกันการค้า เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนชั่วคราวจนกว่าสถานการณ์การขาดแคลนจะบรรเทาลง

“วันนี้เรื่องราคาเหล็กเป็นเรื่องใหญ่มาก สมาคมฯ ขอให้รัฐเปิดนำเข้าเหล็กเสรีเป็นการชั่วคราว เพราะเราเป็นห่วงเรื่องงบประมาณต่างๆ ที่รัฐต้องจ่ายมากขึ้น และสมาคมฯ ต้องดูแลกลุ่มผู้ประกอบการก่อสร้างให้สามารถดำเนินงานในความรับผิดชอบให้เสร็จตามสัญญา หากงานก่อสร้างหยุดลง นั่นหมายถึงระบบหมุนเวียนเหล่านี้ก็ต้องหยุดลงเช่นกัน จึงอยากใคร่ขอให้รัฐบาลเร่งเข้ามาดูแลก่อนที่จะเสียหายไปมากกว่านี้”

“Special Thanks” บ้านเมือง