นายกฯอังกฤษห่วงวิกฤติเหล็ก ทาทาจ่อขายทิ้งโรงงานเสี่ยงทำคนตกงานถึง 4 หมื่น

นายกฯอังกฤษห่วงวิกฤติเหล็ก ทาทาจ่อขายทิ้งโรงงานเสี่ยงทำคนตกงานถึง 4 หมื่น

                  “เดวิด คาเมรอน” แสดงความกังวลต่อสถานการณ์ของอุตสาหกรรมเหล็กอังกฤษ หลังทาทา สตีล ผู้ผลิตรายใหญ่ส่อเค้าถอนธุรกิจออกจากประเทศเนื่องจากขนาดทุนหนัก แต่ระบุการแปรรูปโรงงานเหล็กเป็นของรัฐไม่ใช่ทางออกในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น

                   นายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เปิดเผยภายหลังการหารือเร่งด่วนร่วมกับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับสถานการณ์ของอุตสาหกรรมเหล็กภายในประเทศ หลังจากบริษัท ทาทา สตีล จำกัด ผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่อันดับ 2 ของยุโรป กล่าวในสัปดาห์นี้ว่ากำลังมองหาช่องทางขายกิจการโรงงานเหล็กที่พอร์ท ทาลบ็อท ในเวลส์ เนื่องจากสถานการณ์ทางการเงินที่ย่ำแย่ ว่ารู้สึกกังวลใจต่อสถานการณ์ดังกล่าวเป็นอย่างมาก ด้วยเกรงว่าทาทา สตีล จะปิดโรงงานดังกล่าวลง โดยได้ประสานความร่วมมือกับบริษัทเพื่อให้กระบวนการขายกิจการเป็นไปอย่างเหมาะสม

                   นายคาเมรอนกล่าวว่า รัฐบาลอังกฤษจะทำทุกวิถีทางเพื่อหาผู้ลงทุนรายใหม่เข้ามาซื้อกิจการ แต่ยอมรับว่าสถานการณ์ดังกล่าวเป็นสถานการณ์ที่ยากลำบาก และไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะประสบความสำเร็จ อย่างไรก็ตาม นายคาเมรอนเชื่อว่า การแปรรูปโรงงานดังกล่าวมาเป็นของรัฐไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้อง
“ผมไม่เชื่อว่าการแปรรูปธุรกิจเป็นของรัฐเป็นคำตอบที่ถูกต้อง สิ่งที่เราต้องการทำคือปกป้องอนาคตระยะยาวสำหรับพอร์ท ทาลบ็อท และโรงงานเหล็กอื่นๆ ในสหราชอาณาจักร” นายคาเมรอนกล่าวผ่านโทรทัศน์ท้องถิ่น

                  การนำเข้าเหล็กเป็นจำนวนมากจากจีนถูกระบุว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ผลิตเหล็กในสหราชอาณาจักรประสบปัญหาอย่างหนัก ปัจจุบันสหราชอาณาจักรนำเข้าเหล็กจากจีนเป็นสัดส่วน 1 ใน 3 ของการบริโภคเหล็กภายในประเทศทั้งหมด โดยข้อมูลจากสำนักงานสถิติเหล็กนานาชาติระบุว่า ในปี 2558 สหราชอาณาจักรนำเข้าเหล็กจากจีนจำนวน 826,000 ตัน เพิ่มขึ้นจาก 361,000 ตันในปี 2556

                  แม้ว่าอุตสาหกรรมการผลิตเหล็กคิดเป็นสัดส่วนเพียง 0.1% ของเศรษฐกิจสหราชอาณาจักร แต่โอกาสที่แรงงานจำนวนมากจะตกงานจากการปิดโรงงานเป็นสิ่งที่สร้างความหนักใจให้กับนายคาเมรอน ทาทา สตีล เป็นผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ที่สุดของสหราชอาณาจักร คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 70% ของกำลังการผลิตภายในประเทศทั้งหมด และจ้างพนักงานประมาณ 14,000 คน มีการประเมินว่าอาจมีคนตกงานมากถึง 40,000 คนถ้าโรงงานเหล็กของทาทาปิดตัวลง

                 รัฐบาลอังกฤษได้พยายามหาทางช่วยเหลืออุตสาหกรรมเหล็กที่ประสบปัญหาอย่างหนักด้วยการสนับสนุนการจัดซื้อเหล็กจากผู้ผลิตภายในประเทศ ลดราคาพลังงานสำหรับผู้ผลิต และประสานความร่วมมือกับประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปเพื่อต่อต้านการทุ่มตลาดของผู้ผลิตจากจีน อย่างไรก็ดี มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่ามาตรการเหล่านี้ยังไม่เพียงพอ

                 ขณะที่ภาคส่วนอื่นๆ ของอุตสาหกรรมในอังกฤษได้ออกมากล่าวสนับสนุนอุตสาหกรรมเหล็ก โฆษกของกลุ่มอุตสาหกรรมก่อสร้าง บิลด์ ยูเค (Build UK) กล่าวว่า “สมาชิกของบิลด์ ยูเค มีความมุ่งมั่นที่จะให้โอกาสแก่ผู้ผลิตเหล็กในประเทศ เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่น การสร้างงาน และลดการปล่อยคาร์บอนจากการคมนาคม” ทั้งนี้ บิลด์ ยูเคกำลังจัดทำแนวทางปฏิบัติสำหรับสมาชิกซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาในเรื่องของอุปสรรคที่ทำให้ผู้ผลิตเหล็กในประเทศไม่สามารถแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

                 ด้านกลุ่มธุรกิจการผลิต อีอีเอฟ เรียกร้องให้รัฐบาลเปิดโอกาสให้เหล็กของอังกฤษจำนวนมากที่สุดเท่าที่เป็นไปถูกนำมาใช้ในโครงการโครงสร้างพื้นฐาน “การใช้ประโยชน์จากการจัดซื้อของรัฐเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตอุตสาหกรรมเหล็กของอังกฤษ รัฐบาลมีบทบาทสำคัญในการเปิดโอกาสและช่วยเหลือให้บริษัทเหล็กของอังกฤษได้รับคำสั่งซื้อสำหรับโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่” เทอร์รี สโคเลอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของอีอีเอฟ กล่าว

                ทั้งนี้ ทาทา สตีล กล่าวว่า ธุรกิจในสหราชอาณาจักรขาดทุนกว่า 2 พันล้านปอนด์ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และนักวิเคราะห์มองว่าสถานการณ์ในปีนี้มีแนวโน้มที่จะเลวร้ายลงเนื่องจากตลาดเหล็กที่อ่อนแอ

“Special Thanks” หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,145 วันที่ 3 – 6 เมษายน พ.ศ. 2559 , photo : Pixbay