เอาจริงสกัดเหล็กด้อยคุณภาพ สมอ.เร่งยกมาตรฐานมอก./ผู้ผลิต400บริษัทพอใจชัดเจนขึ้น

เอาจริงสกัดเหล็กด้อยคุณภาพ สมอ.เร่งยกมาตรฐานมอก./ผู้ผลิต400บริษัทพอใจชัดเจนขึ้น

กลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็ก 470 บริษัทจาก 7 สมาคมเฮ สมอ. ช่วยแก้ปัญหาวิกฤติการนำเข้าเหล็กด้อยคุณภาพระดมแก้ปัญหาระยะสั้นระยะยาว พร้อมจี้กระทรวงพาณิชย์เร่งใช้มาตรการเอดีและ มาตรการเซฟการ์ดให้เร็วขึ้นและทันต่อสถานการณ์

นายนาวา จันทนสุรคน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สายธุรกิจ บริษัท สหวิริยาสตีล อินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือเอสเอสไอ เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า เมื่อวันที่ 31 มีนาคม ที่ผ่านมากลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กไทย 7 สมาคมผู้ประกอบการเหล็ก ประกอบด้วย

1.สมาคมเหล็กแผ่นรีดร้อนไทย

2.สมาคมเหล็กแผ่นรีดเย็นไทย

3.สมาคมผู้ผลิตท่อโลหะและแปรรูปเหล็กแผ่น

4.สมาคมผู้ผลิตเหล็กทรงยาวด้วยเตาอาร์คไฟฟ้า

5.สมาคมการค้าเหล็กแผ่นเคลือบสังกะสี

6.สมาคมผู้ผลิตเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน

7.กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กแผ่นเคลือบดีบุก เหล็กแผ่นเคลือบโครเมียม ซึ่งมีสมาชิกรวมกันกว่า 470 บริษัท นำโดย นายวิน วิริยประไพกิจประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือเอสเอสไอ และดร.สมศักดิ์ ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานกิตติมศักดิ์ สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย และผู้ก่อตั้งบริษัทกลุ่มบริษัท จี สตีล ผู้ผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อน ได้เข้าพบ ดร. อรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และนายธวัช ผลความดี เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เพื่อหารือความคืบหน้าการดำเนินการของกระทรวงอุตสาหกรรม ในการกำหนดมาตรฐานอุตสาหกรรม เพื่อป้องกันการนำเข้าสินค้าเหล็กด้อยมาตรฐานเข้ามายังประเทศไทย

ทั้งนี้กลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กไทย 7 สมาคม พอใจการทำงานของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(สมอ.) ที่ดำเนินการอย่างรวดเร็ว จนเห็นผลงานได้อย่างชัดเจน และมีส่วนช่วยแก้ปัญหาวิกฤติการนำเข้าสินค้าเหล็กที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีผลสำเร็จจากการแก้ไขปัญหาระยะสั้น คือการเร่งจัดทำและทบทวนมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) สินค้าเหล็ก จำนวนทั้งสิ้น 24 ฉบับ โดยจะกำหนดเป็นมาตรฐานบังคับ 18 มาตรฐาน ซึ่งส่วนใหญ่จะแล้วเสร็จภายใน 6 เดือนข้างหน้านี้

รวมถึงการเชื่อมโยงมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เข้ากับพิกัดศุลกากร ตามโครงการ National Single Window เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบการนำเข้าสินค้าเหล็กเหล็กเส้นกลม เหล็กข้ออ้อย เหล็กลวดคาร์บอนต่ำ เหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน เหล็กแผ่นรีดร้อน รวมทั้งสิ้น 587 รหัสสถิติศุลกากรให้เป็นไปตามมาตรฐานบังคับ เพื่อป้องกันการหลบเลี่ยงและคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมใช้งานระบบได้ภายในปี 2559

สำหรับมาตรการระยะกลาง-ยาวนั้น กลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กไทย เสนอให้กระทรวงอุตสาหกรรมพิจารณาทบทวน พ.ร.บ. ผลิตภัณฑ์มาตรฐานอุตสาหกรรม ให้มีความรัดกุมขึ้น เพื่อป้องกันการนำเข้าสินค้าเหล็กโดยอ้างนำเข้าเป็นครั้งคราว หรืออ้างนำเข้ามาใช้เองแต่มีการนำไปแปรรูปเป็นสินค้าอื่นเพื่อจำหน่ายต่อ โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนการตรวจรับรองมาตรฐานตามปกติ ซึ่งมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยสาธารณะ และไม่เป็นธรรมกับผู้ประกอบการที่ดำเนินการตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมครบถ้วน

นอกจากกระทรวงอุตสาหกรรมขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาสินค้าเหล็กอย่างจริงจังแล้ว ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กไทยได้ร้องขอให้กระทรวงพาณิชย์เร่งการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (เอดี) มาตรการปกป้องการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้น (เซฟการ์ด) โดยรวดเร็วขึ้นให้ทันการณ์ รวมถึงการปรับแก้ไขกฎหมายให้สามารถบังคับใช้มาตรการตอบโต้การอุดหนุน (CVD) ตลอดจนตอบโต้การหลบเลี่ยง (Anti-Circumvention) ดังเช่นประเทศที่เน้นการค้าเสรีอื่นๆ ก็ดำเนินการกันอย่างกว้างขวางเพื่อแก้ปัญหาเหล็กนำเข้าทุ่มตลาด รวมถึงการขออนุญาตนำเข้าแบบอัตโนมัติ (Automatic Import License) เพื่อเป็นฐานข้อมูลที่สามารถใช้ตรวจสอบการนำเข้าสินค้าเหล็กที่มีแนวโน้มผิดปกติด้านปริมาณหรือราคาอันเนื่องจากการหลบเลี่ยงอากรต่างๆ ซึ่งยังไม่มีความคืบหน้า โดยผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กจะเข้าหารือติดตามความคืบหน้าต่อไป

“Special Thanks” หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,146 วันที่ 7 – 9 เมษายน พ.ศ. 2559 , photo : Pixabay