แจงต้นเหตุราคาเหล็กขยับ ข่าวจีนลดผลิต-ปรับราคา/ผู้ใช้แห่สต๊อก-วงการคอนกรีตจุกอก

แจงต้นเหตุราคาเหล็กขยับ ข่าวจีนลดผลิต-ปรับราคา/ผู้ใช้แห่สต๊อก-วงการคอนกรีตจุกอก

                   ข่าวจีนขยับราคา-ลดกำลังผลิตเหล็ก หนุนเหล็กราคาดีดกลับไต่ระดับสูงขึ้น หลังร่วงต่อเนื่องนานนับปี ผู้ใช้แห่สต๊อก กลัวราคาพุ่งต่อเนื่องทำต้นทุนงานก่อสร้างบาน ด้านผู้ผลิตผลิตภัณฑ์คอนกรีตในฐานะผู้ใช้เหล็กเป็นวัตถุดิบสำคัญร้องฉุดต้นทุนพุ่งแล้ว 5 เม.ย.นี้เปิดโต๊ะหารือสมาชิกรับมือ

                   นายกรกฎ ผดุงจิตต์ เลขาธิการกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และนายกสมาคมหลังคาเหล็กไทย เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงสถานการณ์ราคาเหล็กในขณะนี้ว่า ความเคลื่อนไหวของราคาเหล็กจะอิงตลาดโลก ล่าสุดมีแนวโน้มราคาไต่ระดับสูงขึ้นต่อเนื่อง หากดูจากข่าวที่ออกมาในวงการเหล็กโลกพบว่า จีนจะขยับราคาเหล็ก หลังจากปีที่ผ่านมา จีนเผชิญปัญหาขาดทุนต่อเนื่อง ดูจากผลประกอบการช่วง 11 เดือน (ม.ค.-พ.ย.ปี 58) ที่บริษัทชั้นนำในจีนที่มียอดขายรวม 2.67 ล้านล้านหยวนลดลง 19.3% และขาดทุนถึง 53,130 ล้านหยวนหรือราว 265,650 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2557 มียอดขายรวมในช่วงเดียวกันอยู่ที่ 3.26 ล้านล้านหยวน มีกำไร 24,390 ล้านหยวน

                   อีกทั้งล่าสุดมีกระแสข่าวว่า จีนจะลดกำลังผลิตลงประมาณ 5 ล้านตัน จากที่ข้อมูลจากสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย(ISIT) ระบุว่า สถิติปี 2558 จีนมีกำลังผลิตเหล็กจริงจำนวน 800.52 ล้านตันต่อปี ขณะที่ความต้องการใช้เหล็กในจีนมีราว 748.96. ล้านตันต่อปี ทำให้มีเหล็กส่วนเกินอยู่ที่ 51.56 ล้านตันต่อปี และเมื่อรวมกับสต๊อกเก่าของจีนอีกราว 58.04 ล้านตัน จึงมีเหล็กส่วนเกินรวมทั้งสิ้นจำนวน 109.6 ล้านตันต่อปี โดยกระแสข่าวลดกำลังผลิต พูดกันอย่างกว้างขวางในวงการเหล็กโลก และเชื่อว่าการที่รัฐบาลจีนออกมาประกาศแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ 5 ปี โดยจะอัดฉีดเงินสู่โครงสร้างพื้นฐานเพิ่มขึ้น จึงเป็นเหตุทำให้ราคาเหล็กในตลาดโลกค่อยๆไต่ระดับสูงขึ้นมาแล้วในขณะนี้

                  “เวลานี้ผู้ใช้เหล็กพอได้ข่าวว่าราคาเหล็กจะสูงขึ้น ก็เริ่มมีการสต๊อกเหล็กมากขึ้น เพราะมั่นใจว่าราคาเหล็กจะสูงขึ้นต่อไปอีก หากสต๊อกไว้ตอนนี้ก็ยังไม่สาย เพราะน่าจะได้เหล็กในราคาที่ถูกกว่า และจะไม่ทำให้ต้นทุนงานก่อสร้างสูงขึ้นมาก”

                  นายนาวา จันทนสุรคน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สายธุรกิจ บริษัท สหวิริยาสตีล อินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือเอสเอสไอ ผู้ผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนสำหรับใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ และเหล็กเส้นสำหรับงานก่อสร้าง กล่าวว่า ปี 2559 ราคาเหล็กปีนี้จะพ้นขีดต่ำสุดมาแล้ว จากที่ราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนร่วงลงไปอยู่ที่ 13-14 บาทต่อกิโลกรัม ก็ขยับขึ้นมาที่ 15-16 บาทต่อกิโลกรัมแล้วในขณะนี้ แต่การขยับขึ้นของราคาก็สะท้อนมา

                  ส่วนการแก้ปัญหาเหล็กนำเข้าคุณภาพต่ำนั้น เวลานี้ภาครัฐเริ่มตื่นตัวในการแก้ปัญหามากขึ้น เช่น กระทรวงพาณิชย์พิจารณามาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดหรือมาตรการเอดี ดีขึ้น เช่นเดียวกับกระทรวงอุตสาหกรรมที่ดูแลเรื่องมาตรฐานอุตสาหกรรมดีขึ้นรวมถึงกระทรวงการคลัง ที่มีการกวดขันการหลีกเลี่ยงอากรนำเข้าเหล็กในรูปแบบต่างๆ ได้เร็วขึ้นเช่นกัน ช่วยให้ผู้ผลิตเหล็กในประเทศยังมีความหวังว่า ทั้งปีภาพรวมน่าจะดีกว่าปีที่แล้ว

                 ด้านนางสรณีย์ ดีพันธุ์พงษ์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์คอนกรีตไทย (ATCI) กล่าวว่า 5 เมษายนนี้สมาชิกจากสมาคมกว่า 100 รายจะหารือกันเพื่อรับมือกรณีที่ราคาเหล็กกลับมาพุ่งสูงขึ้น เพราะเป็นวัตถุดิบหลักในงานคอนกรีตทั้งเสาเข็มและแผ่นคอนกรีต ที่เวลานี้ราคาขยับขึ้นเกือบทุกวัน เช่นเหล็กแผ่นรีดร้อนเมื่อต้นเดือนมีนาคมอยู่ที่ 1.75 หมื่นบาทต่อตัน หรือ 17.50 บาทต่อกิโลกรัม ล่าสุดขึ้นไปอยู่ที่ 1.95 หมื่นบาทต่อตันหรือ 19.50 บาทต่อกิโลกรัม โดยราคาถูก-แพงขึ้นอยู่ที่ขนาดความหนาของเหล็กด้วย ส่วนราคาเหล็กข้ออ้อย เหล็กกลม ขนาด 9 มิลลิเมตร ราคาเมื่อต้นเดือนมีนาคมอยู่ที่ 15.50 บาทต่อกิโลกรัม ล่าสุดปรับขึ้นไปอยู่ที่ 18 บาทต่อกิโลกรัม และมีโอกาสทะลุ 20 บาทต่อกิโลกรัม

                “ความเคลื่อนไหวของราคาเหล็กที่สูงขึ้นในขณะนี้ เกิดจากระบบรางทั้งรางคู่ รถไฟความเร็วสูง สนามบินสุวรรณภูมิ ยังไม่รวมการสร้างถนนอีกหลายเส้นทั่วประเทศที่เริ่มงานก่อสร้างได้ภายในปีนี้”

                 นายกสมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์คอนกรีตไทย กล่าวอีกว่า ปัญหาของผู้ใช้เหล็ก อย่างกลุ่มผู้ผลิตผลิตภัณฑ์คอนกรีตในเวลานี้คือ มีสมาชิกหลายรายที่รับงานมาแล้ว ระบุราคาเหล็กซึ่งเป็นวัตถุดิบในการผลิตผลิตภัณฑ์คอนกรีตที่ราคาเดิมไว้ แต่ยังไม่ทันลงมือผลิตคอนกรีต ราคาเหล็กปรับขึ้นรวดเร็ว จึงกระทบต่อต้นทุน อีกทั้งยังมีข่าวว่าปูนซีเมนต์จะปรับราคาด้วย ถ้าเป็นจริงยิ่งซ้ำเติมหนัก จึงต้องมาหารือกันว่า สมาชิกในสมาคมคอนกรีตฯต้องผนึกกำลังกันโดยไม่มานั่งดั๊มราคาผลิตภัณฑ์คอนกรีตกันเอง เพื่อให้สมาชิกทุกรายอยู่รอด เพราะเวลานี้ มีออเดอร์ล้นมือ รับงานเข้ามาแล้ว ยังไม่ทันผลิตต้นทุนในการผลิตก็สูงนำไปแล้ว จึงต้องหันมาจับเข่าคุยกัน

“Special Thanks” หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,145 วันที่ 3 – 6 เมษายน พ.ศ. 2559 , Photo Pb