สอท.ผวาสินค้ากลุ่มเหล็กจากจีนทะลักเข้าไทย หลังได้เพิ่มคืนภาษีส่งออก จี้รัฐเร่งผุดมาตรการป้องกัน

สอท.ผวาสินค้ากลุ่มเหล็กจากจีนทะลักเข้าไทย หลังได้เพิ่มคืนภาษีส่งออก จี้รัฐเร่งผุดมาตรการป้องกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย แสดงความกังวลถึงโอกาสที่ปัญหาสินค้าเหล็กจากจีนไหลทะลักเข้ามายังภูมิภาคอาเซียนจะมีการทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น จากการที่จีนได้มีการปรับโครงสร้างการคืนภาษีสินค้าส่งออกสำหรับสินค้าจำนวน 397 รายการ โดยจากรายการทั้งหมดมีสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสินค้าเหล็กจำนวน 85 รายการ เช่น สินค้าเหล็กแผ่นรีดเย็นที่ความหนามากกว่า 3 มม. ที่มีค่า yield strength > 355 นิวตัน / มม.2 โดยปรับเพิ่มอัตราการคืนภาษีจาก 9% เป็น 13% หรือเหล็กเคลือบสีที่มีความกว้างน้อยกว่า 600 มม. ปรับเพิ่มอัตราการคืนภาษีจาก 0 เป็น 9% หรือท่อเหล็กและท่อเหล็กหล่อบางส่วนได้เพิ่มอัตราการคืนภาษีจาก 9% เป็น 13% โดยการปรับเพิ่มอัตราการคืนภาษีส่งออกดังกล่าว มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย. 2561

นอกจากนี้ยังมีสินค้าสำเร็จรูปบางรายการมีการปรับเพิ่มการคืนภาษีส่งออกเช่นกัน เช่น สินค้ากลุ่มตะปูปรับเพิ่มการคืนภาษีเป็น 9% หรือสินค้ากลุ่มสิ่งก่อสร้าง เช่น สะพาน และส่วนของสะพาน หรืออุปกรณ์สำหรับนั่งร้าน เสาค้ำหรือสิ่งค้ำยันในการก่อสร้าง ปรับเพิ่มการคืนภาษีเป็น 13% ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นการอุดหนุนการส่งออกที่ไม่เป็นธรรม และถ้าสินค้าดังกล่าวอาศัยการคืนภาษีส่งออกเพิ่มปริมาณมายังประเทศไทยก็อาจทำลายห่วงโซ่การผลิตสินค้านั้นในประเทศไทย

นายวิกรม วัชระคุปต์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภาครัฐควรเร่งรัดการกำหนดมาตรการที่ป้องกันปัญหาการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมเหล่านี้ให้หมดสิ้นไป ซึ่งหากประเทศใดไม่มีมาตรการป้องกันการค้าที่ไม่เป็นธรรมที่แข็งแรงพอก็จะมีความเสี่ยงสูงที่สินค้าจากจีนจะไหลทะลักเข้ามายังประเทศของตนได้ และสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่ออุตสาหกรรมผู้ผลิตในประเทศได้

แหล่งข่าวจาก 7 สมาคมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กไทย กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องเป็นห่วงมากเพราะปัจจุบันตัวเลขการนำเข้าเหล็กของไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งครึ่งปีแรกยอดการนำเข้าเพิ่มขึ้นถึง 70% โดยเฉพาะเหล็กจากประเทศจีน ซึ่งแม้ว่าไทยจะมีมาตรการป้องกัน เช่น ภาษีปกป้องการทุ่มตลาด (เอดี) และอากรปกป้องการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้น (เซฟการ์ด) แต่ใช้เวลานานกว่าที่จะบังคับใช้กับสินค้าตัวใด ซึ่งหากว่าผู้ค้าเหล็กของจีนได้รับการอุดหนุนจากรัฐเพิ่มขึ้นอีก มาตรการต่างๆ ของไทยก็ไม่มีความหมายอะไรเลย เพราะเหล็กจีนสามารถตัดราคาแข่งกับไทยได้อยู่แล้ว เนื่องจากได้รับการาอุดหนุนจากรัฐในอัตราสูง

ขอขอบคุณ : แนวหน้า