“ทาทา” เลหลังโรงเหล็ก เหยื่อล่าสุดจีนทุ่มตลาด ?

“ทาทา” เลหลังโรงเหล็ก เหยื่อล่าสุดจีนทุ่มตลาด ?

                การปิดทำการโรงถลุงเหล็กของบริษัท สหวิริยา สตีล อินดัสตรี อังกฤษ หรือ SSI UK ผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่สุดอันดับ 2 ของอังกฤษในปีที่แล้วหลังขาดทุนอย่างหนัก สร้างความตกตะลึงให้กับภาคธุรกิจทั้งฝั่งไทยและอังกฤษ และตอนนี้แม้แต่ผู้ผลิตอันดับหนึ่งของอังกฤษอย่าง “ทาทา สตีล” ก็ตกอยู่ในสถานการณ์ไม่ต่างกัน โดยประกาศขายโรงงานเหล็กในประเทศดังกล่าว ส่งแรงกดดันต่อรัฐบาลนายกรัฐมนตรี เดวิด คาเมรอน ให้เร่งหาทางกอบกู้อุตสาหกรรมเหล็ก ที่เป็นเซ็กเตอร์สำคัญของประเทศ

                วอลล์สตรีต เจอร์นัลระบุว่า แม้ทาทา สตีล บริษัทโฮลดิ้งยักษ์ใหญ่จากอินเดียจะเป็นผู้ผลิตเหล็กมากเป็นอันดับสองของยุโรป ซึ่งการันตีถึงอำนาจต่อรองตลาดและสายป่านที่ยาว แต่ก็ไม่อาจต้านทานผลกระทบของเหล็กนำเข้าจากจีน ที่หลั่งไหลเข้ามาตีตลาดด้วยราคาต่ำกว่ามาก

                ทาทา สตีล ตัดสินใจประกาศขายโรงงานในอังกฤษ เนื่องจากผลประกอบการย่ำแย่ลงเรื่อย ๆ โดยเฉลี่ยขาดทุนราว 1 ล้านปอนด์ต่อวัน โดยก่อนหน้านี้ได้ลดคนงานจาก 17,000 อัตรา เหลือ 14,000 อัตราไปแล้ว

               ข้อมูลจากสำนักสถิติเหล็กระหว่างประเทศชี้ว่า ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา การนำเข้าเหล็กจีนมายังยุโรปเพิ่มขึ้น 2 เท่า ขณะที่ราคารูดลงต่อเนื่อง เช่นเดียวกับตัวเลขจากสมาคมเหล็กโลกที่ระบุว่าช่วงปี 2548-2558 การผลิตเหล็กในสหภาพยุโรปลดลง 15% ส่วนในอังกฤษหดลง 18%

               ซัพพลายที่ล้นทะลักจากจีนถูกมองว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้อุตสาหกรรมเหล็กทั่วโลกอ่วมหนัก เฉพาะในปีที่แล้ว ยอดส่งออกเหล็กของจีนพุ่งสูง 22% มาอยู่ที่ 100 ล้านตัน พร้อมกับกดดันให้ราคาเหล็กในตลาดโลกลดฮวบ

               การขายเลหลังโรงงานของทาทา สตีล จุดกระแสเรียกร้องให้รัฐบาลหาทางช่วยเหลืออุตสาหกรรมดังกล่าว ซึ่งจ้างแรงงานราว 40,000 ตำแหน่ง และจะกระทบต่อตำแหน่งงานในอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องอย่าง ผลิตภัณฑ์จากเหล็ก ผู้ผลิตเครื่องจักร ถ่านหินและปิโตรเลียมอีกประมาณ 25,000 อัตรา

               ด้านนายซาจิด จาวิด รัฐมนตรีกระทรวงธุรกิจของอังกฤษ กล่าวว่า อุตสาหกรรมเหล็กสำคัญอย่างยิ่ง ต่อเศรษฐกิจ และรัฐบาลพร้อมหาหนทางช่วยเหลือ อย่างไรก็ตาม นายจาวิดปฏิเสธที่จะซื้อกิจการเหล็กเป็นของรัฐ เพราะ ไม่ใช่ทางออกที่เหมาะสมในระยะยาว

               วิกฤตในอุตสาหกรรมเหล็กยังถูกหยิบยกมาเป็นประเด็นในการหาเสียงของฝ่ายต้องการแยกตัวจากอียู หรือ “Brexit” ก่อนการลงประชามติ วันที่ 23 มิถุนายนนี้ โดยชี้ว่าการเป็นสมาชิกอียูลิดรอนอำนาจของรัฐบาลอังกฤษในการสนับสนุนอุตสาหกรรมเหล็ก และส่งผลให้ผู้ผลิตมีต้นทุนสูงขึ้น นอกจากนี้มองว่า อียูล้มเหลวในการต่อสู้และป้องกันการทุ่มตลาดจากจีน

              ส่วนฝ่ายที่นิยมอียูโต้แย้งว่า เหล็กที่ผลิตในอังกฤษส่วนใหญ่ส่งไปขายในตลาดอียู การหย่าขาดจากยุโรปจะยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์และแข่งขันได้ยากขึ้น

              ด้านเจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานโรงงานเหล็กมองว่า รัฐบาลอังกฤษควรดูแบบอย่างจากรัฐบาลแคว้นสกอตแลนด์ ที่รับซื้อโรงงานเหล็ก 2 แห่ง จากทาทา สตีล เพื่อให้กิจการดำเนินต่อไปได้ และคนงานไม่ต้องถูกปลด จนกว่าจะหาผู้ซื้อที่มีศักยภาพได้ในอนาคต

“Special Thanks” ประชาชาติธุรกิจออนไลน์