“สมอ.” รื้อ 2 พ.ร.บ.มาตราฐานอุตฯ ปิดช่องโหว่นำเข้าเหล็กใช้เองกลับลอบขายในตลาด

“สมอ.” รื้อ 2 พ.ร.บ.มาตราฐานอุตฯ ปิดช่องโหว่นำเข้าเหล็กใช้เองกลับลอบขายในตลาด

“สมอ.” รื้อ พ.ร.บ.มาตรฐานผลิตภัณฑ์ฯตีกัน พวกลักลอบนำเข้า แต่สำแดงอ้างว่านำเข้ามาใช้เอง เพราะกฎหมายเปิดช่องไม่ต้องขอใบอนุญาต ทั้งที่ตั้งบทลงโทษรุนแรงจำคุกไม่เกิน 2 ปีปรับ 2 ล้าน และถึงขั้นถอนใบอนุญาตแต่ผู้ประกอบการยังไม่หวั่นเกรงกัน พร้อมเล็งทบทวนขึ้นค่าใบอนุญาต

นายธวัช ผลความดี เลขาธิการ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้กองกฎหมาย สมอ. อยู่ระหว่างศึกษาความเหมาะสม ปรับแก้ พ.ร.บ. 2 ฉบับ รวมเป็นฉบับเดียว คือ พ.ร.บ.มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 โดยเฉพาะการแก้ไขมาตรา 20 เรื่องอำนาจการออกใบอนุญาต และมาตรา 21 มาตรา 21 ทวิ เช่น การนำผลิตภัณฑ์ที่ต้องขอ มอก.เข้ามาใช้เอง การนำเข้าเฉพาะครั้ง การนำเข้ามาประกอบเพื่อการส่งออก เป็นต้น ซึ่ง สมอ.จะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน 

“กฎหมายยังมีอีกหลายประเด็นที่ยังไม่ชัดเจน รวมถึงการนำไปใช้ในทางปฏิบัติตาม โดยเฉพาะมาตรา 21 และมาตรา 21 ทวิเรื่องการนำเข้ามาใช้เอง กฎหมายปัจจุบันไม่ต้องขออนุญาต อยู่ระหว่างพิจารณาว่าควรจะต้องขออนุญาตหรือไม่”

14597392401459739274l

                         สางกฎหมายเก่า – สมอ.เดินหน้าปรับปรุงกฎหมายใหม่ให้ทันสมัยและสอดรับกับสถาณการณ์ เพื่อดูแลภาพรวมของมาตรฐานของผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่เข้มงวดมากขึ้น ป้องกันการกระทำผิดกฎหมาย

นอกจากนี้ จะปรับกระบวนการอำนวยความสะดวก เช่น การพิจารณาขอใบอนุญาตการตรวจสอบโรงงานต่าง ๆ จะปรับให้เร็วขึ้น จากที่ใช้เวลา 46 วัน ลดเหลือ 15 วัน รวมถึงการอำนวยความสะดวกให้เอกชนปกป้องอุตสาหกรรม คุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน เพราะปัจจุบันประเทศเปลี่ยนจากเกษตรมาเป็นอุตสาหกรรมที่หลากหลาย ส่วนอีกฉบับ คือ พ.ร.บ.การมาตรฐานแห่งชาติ พ.ศ. 2551 ซึ่งเป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับระบบการรับรองที่ต้องปรับให้ทันสมัย อีกทั้งสามารถให้การรับรองหน่วยตรวจสอบและรับรองของประเทศเพื่อนบ้านได้ด้วย ทั้งนี้ สมอ.จะเสนอกรอบการแก้กฎหมายระยะที่ 1 ปี 2559-2560 ต่อรัฐมนตรีในวันที่ 18 เม.ย.นี้ และรายงานต่อนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมายรับทราบต่อไป และแผนระยะที่ 2 ปี 2559-2564 จะยื่นกรอบใหม่ในปีหน้า ภายในปี 60 สมอ.จะนำระบบไอทีมาใช้ในการขอใบอนุญาต ตั้งแต่การกรอกใบอนุญาตและยื่นจ่ายค่าธรรมเนียมผ่านธนาคาร สามารถใช้คู่มือแนะนำแก่ประชาชนควบคู่กันไป เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ที่สร้างมูลค่ามหาศาล ขณะที่ประเภทสินค้ากลุ่มไฟแช็กมูลค่าตลาดน้อย กำไรน้อย โรงงานเล็กแต่กลับคิดค่าใบอนุญาตเท่ากัน คือ 3,000 บาท/รายการสินค้า ดังนั้นจำเป็นต้องจัดกลุ่มประเภทสินค้าแล้วกำหนดอัตราขั้นต่ำและเพดานขั้นสูงสุดไว้ และจะต้องกำหนดอายุใบอนุญาตสำหรับทุกประเภทสินค้าเช่นกัน เพราะเดิมอย่างการขออนุญาตนำเข้าสินค้าต่อครั้งจะไม่มีอายุ แต่ตามหลักเกณฑ์และตามหลักสากลอายุใบอนุญาตอยู่ที่ 5 ปี จากนั้นผู้ประกอบการจะต้องขอใหม่

นอกจากนี้การแก้ พ.ร.บ.มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 จะทบทวนปรับอัตราค่าใบอนุญาตให้เป็นไปตามมูลค่าทางตลาด ซึ่งเดิมใบอนุญาตรวมถึงค่าธรรมเนียมต่างๆ คิดอัตราเดียวกันคือ 3,000 บาท/รายการสินค้า สำหรับ พ.ร.บ.ฉบับใหม่ จะคำนวณตามหลักเศรษฐศาสตร์ โดยอ้างอิงถึงมูลค่าการตลาดของแต่ละอุตสาหกรรมประเภทสินค้านั้น ๆ เป็นตัวหลัก รวมถึงการปรับอัตราค่าตรวจโรงงานจากเดิม 10,000 บาททุกประเภททุกโรงงาน ซึ่งจะทบทวนอัตราให้โรงงานขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ดูจากทุนจดทะเบียน ขนาด และรายได้ จากนั้นจัดกลุ่มแล้วกำหนดอัตราที่ลดลง

ทั้งนี้ จากสถิติการขอใบอนุญาตปี”58 ของ สมอ. ตัวเลขการขอมาตรฐานทั่วไป 424 ราย มาตรฐานบังคับ 627 ราย ขออนุญาตนำเข้า 2,300 ราย 

สำหรับการเร่งรัดจัดทำมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมใหม่จำนวน 24 มาตรฐาน เป็นมาตรฐานบังคับที่นำมาทบทวนนั้น จะเร่งให้เสร็จภายในเดือน ก.ย. 59 จำนวน 7 มาตรฐาน เช่น เหล็กกล้าคาร์บอนรีดร้อน (มอก.1479-2541) เหล็กลวดคาร์บอนต่ำ (มอก.348-2548) เหล็กคาร์บอนทรงแบนรีดร้อน (มอก.528-2540) เป็นต้น มาตรฐานทั่วไปนำมาทบทวนเป็นมาตรฐานบังคับ 9 มาตรฐาน

แหล่งข่าวจาก สมอ.กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องมีการปรับแก้กฎหมายการขออนุญาตนำเข้าสินค้าต่าง ๆ ให้เข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะการนำเข้ามาใช้เอง เนื่องจากที่ผ่านมามีผู้ประกอบการทำเรื่องว่าขออนุญาตนำเข้ามาใช้ในกิจการ แต่ได้แอบลักลอบนำเข้ามาขายในตลาด ทั้งที่มีบทลงโทษที่รุนแรงอยู่แล้ว จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับ 2 ล้านบาท หากพบว่าขายสินค้าไม่มี มอก. และมีการลักลอบนำเข้ามาจะสั่งเพิกถอนใบอนุญาต แต่ยังฝ่าฝืนกัน

“Special Thanks” ประชาชาติธุรกิจออนไลน์