เหล็ก-ปูนเฮรัฐเร่งสร้างระบบราง

เหล็ก-ปูนเฮรัฐเร่งสร้างระบบราง

ธุรกิจรับเหมา-กลุ่มวัสดุก่อสร้างเฮรับกว่า 10 โครงการเมกะโปรเจ็กต์ขยับงานก่อสร้าง ล่าสุดครม.เคาะสายสีชมพู-สายสีเหลืองอีก กระตุ้นการใช้วัสดุหลัง 6 เดือนแรกตลาดค่อนข้างเงียบ ล่าสุด ครม.ไฟเขียวรถไฟฟ้าสายสีชมพู-เหลือง ร่วมทุนพีพีพี ด้าน รฟท.เตรียมชง 4โครงการรถไฟทางคู่เปิดประมูล เผยความต้องการใช้วัสดุมหึมา นายกสมาคมก่อสร้างฯคาดครึ่งปีหลังมีงานให้ประมูลรวมกันเกือบ 1 แสนล้านบาท ด้านค่ายปูน”อินทรี”เผย 3 เหตุผลกระทบตลาด ขณะที่ปูน”ดอกบัว”ยันภาพรวมกำลังผลิตเพิ่ม แต่ความต้องการใช้ลดลง

aaaP1-2-3144

จากที่รัฐบาลผลักดันการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานให้เกิดเป็นรูปธรรมมากขึ้น ยิ่งส่งผลต่อกลุ่มธุรกิจต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจก่อสร้าง และวัสดุก่อสร้างจะได้รับอานิสงส์ทันที และจะต่อเนื่องไปถึงการพัฒนาด้านที่อยู่อาศัย ล่าสุดกระทรวงคมนาคมเร่งโครงการระบบรางให้มีความพร้อมเข้าสู่กระบวนการจัดประกวดราคาและเซ็นสัญญาผู้รับเหมาโดยเร็ว ซึ่งมีโครงการรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ ในกรุงเทพฯและปริมณฑล และรถไฟทางคู่

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่าคณะรัฐมนตรี ครม. (29 มี.ค. 59) อนุมัติให้โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) ดำเนินการในรูปแบบให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ หรือพีพีพี ฟาสแทรกต์ โดยรัฐอุดหนุนค่างานโยธาสายสีชมพู 20,135 ล้านบาทเศษ และสายสีเหลืองประมาณ 22.354 ล้านบาท และให้กระทรวงคมนาคมเร่งรัด การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยจัดประมูลให้ได้ภายใน 2 เดือน

ทั้งนี้รัฐออกค่าใช้จ่ายเฉพาะเรื่องของการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน ส่วนค่างานโยธา งานระบบไฟฟ้า ขบวนรถไฟฟ้า ค่าที่ปรึกษา การบริหารการเดินรถ ให้เป็นเรื่องของที่เอกชนร่วมลงทุนทั้งหมด ระยะเวลาเปิดให้เอกชนเข้าร่วมลงทุน 33 ปี 3 เดือน เนื่องจากใช้เวลาในการก่อสร้างเป็นเวลา 3 ปี 3 เดือน และระยะเวลาการเดินรถอีก 30 ปี อย่างไรก็ดี โครงการรถไฟฟ้าทั้ง 2 สาย เป็นระบบสายรอง ขนคนจากพื้นที่รอบนอกของกทม.เพื่อเข้ามาสายหลัก การเปิดโอกาสถือว่าเอกชนมีความเสี่ยงสูง ส่วน เอกชนต้องดำเนินการจ่ายเองไปก่อนกระทั่งรถไฟฟ้าทั้ง 2สายเปิดให้บริการแล้ว รัฐจึงจะทยอยผ่อนให้ไม่น้อยกว่า 10 ปี ทั้งนี้ มิได้จะอุดหนุนเต็มกรอบวงเงินดังกล่าว ในขั้นการประมูล บริษัทใดกำหนดขั้นของการอุดหนุนน้อยที่สุดจะได้โครงการนั้นไป เพราะถือว่า เป็นแนวทางที่รัฐบาลจะประหยัดค่าใช้จ่ายที่สุด ขณะเดียวกันโครงการก็สามารถขับเคลื่อนไปได้

แหล่งข่าวระดับสูงจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 29 มีนาคม ที่ผ่านมา นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าฯรฟท. ได้นำเสนอโครงการรถไฟทางคู่ 3 เส้นทาง คือ 1.เส้นทางลพบุรี-ปากน้ำโพ 2.เส้นทางนครปฐม-หัวหินและ 3.เส้นทางมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟท.เพื่อเห็นชอบหลังจากนั้นจึงจะนำเสนอกระทรวงคมนาคมชงคณะรัฐมนตรี(ครม.) อนุมัติให้เปิดการประกวดราคาหาผู้รับจ้างโครงการดังกล่าวต่อไป นอกจากนี้ยังมีเส้นทางประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร เตรียมเปิดขายเอกสารประกวดราคาในเร็วๆนี้

 รฟท.เคาะปริมาณการใช้วัสดุ

ขณะนี้มีความชัดเจนเรื่องปริมาณความต้องการใช้วัสดุและแรงงานก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่เส้นทางลพบุรี-ปากน้ำโพ เส้นทางนครปฐม-หัวหิน เส้นทางประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร และเส้นทางมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ โดยเฉพาะวัสดุประเภทยางแอสฟัลต์ เหล็ก ปูนซีเมนต์ และเหล็กรางรถไฟ รวมทั้งหมด ใช้มากกว่า 2 ล้านตัน และหินผสมแอสฟัลต์ หินคลุก ลูกรัง วัสดุคัดเลือก ดินถมและทรายถม หินผสมคอนกรีต และรองแผ่นพื้นคอนกรีต หินโรยทางรถไฟ ใช้มากประมาณ 23 ลูกบาศก์เมตร
เหล็ก ปูนซีเมนต์ หินผสมคอนกรีต ทรายผสมและรองพื้นแผ่นคอนกรีต หินโรยทางรถไฟ และเหล็กรางรถไฟ

 ตลาดปูนลุ้นไตรมาส3คึกคัก

นายวรเทพ รางชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตปูนซีเมนต์และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ตรา “อินทรี” เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า ขณะนี้ยอมรับว่าภาพรวมตลาดปูนซีเมนต์ไตรมาสแรกหรือระหว่างเดือนมกราคม –มีนาคม 2559 ยังมีการบริโภคเท่าเดิมหรือติดลบเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีที่ผ่านมา โดยมีปริมาณความต้องการใช้ปูนซีเมนต์รวมทั้งตลาดภายในประเทศอยู่ที่ 13-14 ล้านตันต่อไตรมาส

ทั้งนี้มี3สาเหตุที่ตลาดปูนซีเมนต์ในช่วงไตรมาสแรกยังไม่ขยายตัวคือ1.โครงการลงทุนเมกกะโปรเจ็กต์รัฐบาลยังไม่มีการประมูลอีกหลายโครงการ 2.ราคาขายปูนซีเมนต์ต่อตันลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนเนื่องจากเกิดการแข่งขันมากขึ้นและขึ้นอยู่กับพื้นที่และระยะทางในการขนส่ง 3. ขณะนี้ในตลาดรวมมีกำลังผลิตใหม่เกิดขึ้น3-4 ล้านตันจากค่ายทีพีไอ โพลีน จากที่ปัจจุบันมีกำลังผลิตเดิมอยู่แล้ว9ล้านตันต่อปีรวมกำลังผลิตเก่า-ใหม่12-13 ล้านตันต่อปี ขณะที่ค่ายเอสซีจีมีกำลังผลิตปูนซีเมนต์อยู่ที่ ราว23ล้านตันต่อปี ปูนเอเชียฯ 5ล้านตันต่อปี และปูนนครหลวงฯ 11-12ล้านตันต่อปี

อย่างไรก็ตามที่ผ่านมากำลังผลิตส่วนเกินผู้ผลิตไทยจะส่งออกได้ง่าย เนื่องจากประเทศเพื่อนบ้านมีการบริโภคขยายตัวสูงขึ้น แต่เวลานี้ตลาดส่งออกก็แข่งขันยากขึ้น เนื่องจากปูนซีเมนต์จากจีนเข้าไปขายในประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้นและขายในราคาถูกกว่า ดังนั้นครึ่งปีแรกไม่คาดหวังแล้วว่าตลาดปูนซีเมนต์จะขยายตัวได้ดี ต้องไปลุ้นอีกทีไตรมาส 3 เป็นต้นไป โดยขึ้นอยู่ที่ว่าเมกะโปรเจ็กต์รัฐบาลจะเร่งให้เกิดการก่อสร้างจริงได้มากแค่ไหน กี่โครงการ

อนึ่งปูนซีเมนต์จากจีนเข้ามาทุ่มตลาดอาเซียน โดยระบายปูนซีเมนต์ออกมานอกอาเซียนในราคาถูก หรือราคาต่ำกว่า 30 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน และรัฐบาลจีนก็ให้การอุดหนุนผู้ส่งออกโดยคืนภาษี 30% ของราคาอินวอยย์ เทียบกับราคาที่ผู้ผลิตไทยส่งออกอยู่ที่ 40 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน

 ปูนดอกบัวได้ลูกค้าเก่าหนุน

เช่นเดียวกับที่นายนภดล รมยะรูป กรรมการผู้จัดการ บริษัท ปูนซีเมนต์เอเชีย จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตปูนซีเมนต์ตรา”ดอกบัว” กล่าวในประเด็นเดียวกันว่า ในภาพรวม 3 เดือนแรกปีนี้มีกำลังผลิตปูนซีเมนต์เพิ่มขึ้น แต่ความต้องการใช้ลดลง ในขณะที่ภาครัฐนำร่องการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งเวลานี้การขับเคลื่อนยังไม่เป็นไปตามที่นายกรัฐมนตรีกล่าวไว้

“อย่างไรก็ตามผมยังไม่ด่วนสรุปว่า เศรษฐกิจทั้งปีไม่ดี เพราะมวยยังชกไม่ครบ 12 ยก ขณะนี้แม้ชัดเจนว่าไตรมาสแรกขายปูนได้ไม่ดี แต่ยังเหลืออีก 3 ไตรมาส สุดท้ายแล้วต้องดูว่าการขับเคลื่อนนโยบายเป็นไปตามที่นายกรัฐมนตรีคาดหวังหรือไม่ ก็ต้องดูต่อไปว่าแผนที่เดินไว้จะไปได้แค่ไหน”

กรรมการผู้จัดการ บริษัท ปูนซีเมนต์เอเชีย จำกัด (มหาชน)กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า 3 เดือนที่ผ่านมาบริษัทได้ลูกค้าจากโปรเจ็กต์เก่าขายตามออร์เดอร์ ที่มีตลาดลูกค้าประจำอยู่แล้ว โดยเน้นงานบริการ หาสินค้าพิเศษตามที่ลูกค้าต้องการออกสู่ตลาดมากขึ้น เช่น ผลิตภัณฑ์ที่คู่แข่งเทียบเราไม่ได้ในแง่คุณภาพ

 ล็อกราคาเหล็กก่อนราคาพุ่ง

ด้านกลุ่มเหล็กนายสิทธิชัย ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิลล์คอน สตีล จำกัด (มหาชน) หรือMILL กล่าวว่า สำหรับอุตสาหกรรมเหล็กคาดว่าโดยรวมตลาดโลกเริ่มเห็นสัญญาณบวกดูจากราคาที่ขยับขึ้น หลังจากที่เมื่อต้นปีนี้มีโรงงานผลิตเหล็กในจีนปิดโรงงานและลดกำลังผลิตเหล็กลง ทำให้ซัพพายช็อกไประยะหนึ่ง เช่นเดียวกับตลาดเหล็กในประเทศ มองว่าจะดีขึ้นนับแต่ปลายไตรมาส 2 เป็นต้นไป เนื่องจากล่าสุด MILL มีตัวแทนจำหน่ายเหล็กมาล็อกราคาเหล็ก ณ.ราคาช่วงไตรมาส 2 เพื่อที่จะใช้เหล็กในอีก 3 เดือนถัดไป โดยส่วนใหญ่เป็นเหล็กเส้นก่อสร้างที่ป้อนเข้าไซด์งานผู้รับเหมาที่รับงานภาครัฐมาอีกที

“เฉพาะที่เข้ามาล็อกราคาเหล็กดังกล่าวแล้วเป็นหลักแสนตัน เป็นการยืนยันว่ามีโครงการลงทุนภาครัฐบางโครงการก่อสร้างได้เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 3 และ4 จึงสต๊อกเหล็กไว้ล่วงหน้า เพราะไม่แน่ใจว่าราคาเหล็กจะพุ่งสูงขึ้นต่อไปอีกหรือไม่”

ด้านนายนาวา จันทนสุรคน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สายธุรกิจ บริษัท สหวิริยาสตีล อินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือเอสเอสไอ กล่าวว่าช่วงไตรมาสแรกปีนี้ยังเงียบเหงา อยู่ในภาวะทรงตัวโดยเฉพาะกลุ่มเหล็กเส้นที่ใช้ในงานก่อสร้าง ที่ขั้นตอนการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2559 ล่าช้า และจะสิ้นสุดงบประมาณนี้ในเดือนกันยายน ซึ่งรัฐบาลต้องเร่งเบิกจ่ายให้เร็วขึ้น ซึ่งคาดว่าในไตรมาส3ก็น่าจะเห็นภาพงานก่อสร้างภาครัฐเกิดขึ้นได้แล้วสำหรับบางโครงการ

“วงการเหล็กคาดการณ์ว่า ปีนี้การบริโภคเหล็กจะเพิ่มขึ้น 4-5% หรือราว17.4-17.5 ล้านตัน จากที่ปีที่แล้วมีการบริโภคเหล็กที่ 16.7 ล้านตัน คาดว่าการเติบโตนี้จะปรากฏในไตรมาส3 ไปแล้วขยับตามเมกกะโปรเจ็กต์รัฐบาล ขณะที่เหล็กสำหรับงานที่อยู่อาศัยยัง ก็มีโครงการที่กำลังทำอยู่อีกมาก แต่ไม่แน่ใจว่าจะมีคนซื้อหรือไม่”

 ครึ่งปีหลังมีงานประมูลแสนล้าน

นายสังวรณ์ ลิปตพัลลภ นายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยถึงภาพรวมอุตสาหกรรมก่อสร้างในช่วงครึ่งแรกปี 2559 ว่า คาดการณ์ว่าจะมีมูลค่ารวมอยู่ที่ประมาณ 5 หมื่นล้านบาท โดยแบ่งเป็นงานประมูลของกรมทางหลวงจำนวน 20 งาน มูลค่ารวมประมาณ 2 หมื่นล้านบาท , งานประมูลของการรถไฟอีกประมาณ 2 หมื่นล้านบาท และงานประมูลของกรมทางหลวงชนบทอีกประมาณ 1.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งมูลค่างานก่อสร้างดังกล่าวถือว่าไม่มากหรือน้อยจนเกินไป สำหรับในช่วงครึ่งหลังปี 2559 คาดว่าจะมีงานประมูลต่างๆเกิดขึ้นรวมเกือบ 1 แสนล้านบาท

“งานประมูลต่างๆ ของภาครัฐที่จะออกมาในช่วงครึ่งปีหลัง จะช่วยสร้างความคึกคักให้กับอุตสาหกรรมอย่างมาก แต่ยังคงมีความน่ากังวลเรื่องการต่อรองของสำนักงบประมาณที่เมื่อไม่สามารถต่อรองราคาได้ จะส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการดำเนินงาน เพราะต้องเปิดประมูลใหม่ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 4-5 เดือน ในการหาผู้รับเหมารายใหม่ ทำให้ขาดความต่อเนื่องในงานนั้นๆ “นายสังวรณ์ กล่าว

“Special Thanks” หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,144
วันที่ 31 มีนาคม – 2 เมษายน พ.ศ. 2559